ขิง สรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพตามงานวิจัย

ขิง (Zingiber officinale) เป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างมากในงานวิจัยด้านโภชนาการและสมุนไพร เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์สำคัญ เช่น gingerol, shogaol และ zingerone ซึ่งเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยระบบทางเดินอาหาร
ขิงช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร

งานวิจัยในมนุษย์พบว่าการบริโภคขิงสามารถช่วย เร่งการลำเลียงอาหารออกจากกระเพาะ (gastric emptying) และช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร
การศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่า ขิงช่วยให้การย่อยอาหารเกิดขึ้นเร็วขึ้น และลดอาการแน่นท้องหลังอาหารได้
(Wu KL et al., 2008
ขิงช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย

การศึกษาทางคลินิกแบบ randomized trial พบว่าการเสริมขิงสามารถช่วยลดอาการของ functional dyspepsia เช่น
- แน่นท้อง
- อิ่มเร็ว
- ปวดท้องส่วนบน
ผู้เข้าร่วมการศึกษายังมี ความทนต่อการใช้ขิงได้ดีและผลข้างเคียงต่ำ
(Aregawi LG et al., 2023)
ขิงช่วยลดอาการคลื่นไส้และอาเจียน

ขิงเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนการใช้เพื่อ ลดอาการคลื่นไส้
งานทบทวนการศึกษา (review) พบว่าขิงมีประโยชน์ในกรณี เช่น
- คลื่นไส้ระหว่างตั้งครรภ์
- คลื่นไส้จากการเดินทาง
- คลื่นไส้จากปัญหาระบบทางเดินอาหาร
(Lindblad AJ., 2016)
สารสำคัญในขิง: Gingerol

สารสำคัญหลักในขิงคือ gingerol ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟีนอลิก (phenolic compounds)
งานวิจัยระบุว่า gingerol มีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านการอักเสบ
- อาจช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย
(Samota MK et al., 2024)
ขิงกับโรคระบบทางเดินอาหาร

บทความ systematic review พบว่าขิงอาจมีบทบาทช่วยบรรเทาอาการในโรคทางเดินอาหารหลายชนิด เช่น
- dyspepsia
- คลื่นไส้
- ท้องอืด
กลไกสำคัญคือการ กระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมถึงฤทธิ์ต้านการอักเสบ
(Bodagh et al., 2018/2019)
วิธีบริโภคขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนหลายด้าน โดยเฉพาะการ ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดอาการคลื่นไส้ และลดอาการอาหารไม่ย่อย สารสำคัญอย่าง gingerol ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม
จะดีแค่ไหนถ้าเราทานอาหารเป็นยา และนี่คือคลาสที่จะพาคุณ ”ผอม สุขภาพดี อย่างยั่งยืน”

หากสนใจสามารถทักหาน้องแอดมินได้เลยที่ Line : @fooddoctor1

